U-Knowledge

เหลียวหลังแลหน้าแก้ปัญหาน้ำ

โดย: มูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ

ปัจจุบันสถานการณ์เกี่ยวกับน้ำของประเทศไทยมีปัญหาซึ่งนับว่ามีความรุนแรงมากขึ้น เพราะเกิดผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของผู้คนท้องถิ่นต่าง ๆ ทั่วประเทศเป็นจำนวนมากแทบทุกปี และบางปีก็มีความรุนแรงทำความเสียหายให้กับชีวิต และทรัพย์สินมากมาย ด้วยความห่วงใย มูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ นอกจากภารกิจเตือนภัยธรรมชาติต่าง ๆ แล้ว จึงเห็นสมควรปฏิบัติงานเชิงรุกจุดประกายให้ทุกฝ่ายทั้งภาคราชการและภาคประชาชนได้ตระหนักถึงภัยและอันตราย แล้วหันมามุ่งแก้ปัญหาเรื่องน้ำร่วมกันอย่างจริงจังในทุกมิติ

หลักกฎหมายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย: หลักสำคัญที่ถูกมองข้าม

โดย:

ในอดีต วิถีชีวิตของคนไทยกลมกลืนกับน้ำ ปรากกฏการณ์น้ำท่วมจึงไม่ใช่ภยันตรายใหญ่โตที่น่าหวาดกลัว แต่เป็นสัญญลักษณ์ของความงอกงาม และความอุดมสมบูรณ์ แต่เมื่อบ้านเมืองเจริญขึ้น มีการสร้างเขื่อนกักน้ำไว้ผลิตกระแสไฟฟ้ า มีการถมคูคลองสร้างถนน ถมบึงสร้างบ้านจัดสรร สร้างประตูและคันกั้นน้ำ จัดระบบท่อระบายน้ำ วิถีชีวิตที่แนบแน่นอยู่กับแม่น้ำลำคลองของเราได้แปรเปลี่ยนมาเป็นวิถีชีวิตที่แนบแน่นกับคอนกรีต ไฟฟ้า โทรทัศน์ รถยนต์และเครื่องจักรความคุ้นเคยกับน้ำจึงลดลง และเมื่อเกิดน้ำท่วม ก็กลายเป็นอุทกภัย เป็นอุปสรรคในการจราจร ทำให้ไฟฟ้ าลัดวงจร และเป็นปัญหาหรือภยันตรายสำหรับการดำเนินวิถีชีวิตแบบสมัยใหม่

การบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ

โดย: สุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล

องค์กรจัดการน้ำ

โดย: กอบเกียรติ ผ่องพุฒิ

บทสรุปเชิงนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม

โดย: วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ (วสท.)

จากสถานการณ์ภัยพิบัติรุนแรงของประเทศไทยใน ปี ๒๕๕๔ ที่เพิ่งผ่านมาก่อให้เกิดความเสียหายแก่สังคมไทยอย่างใหญ่หลวง ประชาชนตกอยู่ในสภาวะทุกข์ยากเดือนร้อนนับแสนครัวเรือนจ้านวนหลายล้านคน เป็นความเสียหายทั้งภาคอุตสหกรรม ภาคเกษตรกรรม และภาคบริการ อย่างกว้างขวาง รวมทั้งเกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างยากที่จะประเมินได้ จนถึงวันนี้ซึ่งเวลาผ่านไปกว่าสองเดือน ก็ยังมีพี่น้องคนไทยที่ต้องอยู่ในบ้านที่มีน้้าท่วมขังทั้งในชุมชนเขตเมืองและเขตชนบทอีกจ้านวนไม่น้อย ในขณะที่ในเขตเมืองใหญ่ต่างท้าความสะอาดบ้านเรือนเสร็จสิ้นไปแล้ว

การเตรียมความพร้อมชุมชนเพื่อการจัดการทรัพยากร และเสริมสร้างศักยภาพของชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการจัดการทรัพยากรแบบพหุภาคี

โดย: มนู โอมะคุปต์, ธนวรรธน์ ยุทธชัย และอารายา สวาทพงษ์

การพัฒนาชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ต่าง ๆ นั้นส่วนใหญ่มีความต้องการแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ โดยเฉพาะประเด็นปัญหาที่มีความสำคัญ ได้แก่ ความเสื่อมโทรมของป่าไม้ การชะล้างพังทลายของดิน ไฟป่า น้ำท่วมฉับพลัน ปัญหากรรมสิทธิในที่ดินทำกิน เป็นต้น ซึ่งการจัดตั้งคณะทำงานวางแผนหลัก และตัวแทนภาคประชาชน รวมทั้งการสนับสนุนให้มีองค์กรเครือข่ายในพื้นที่และการประกาศเกียรติคุณ หรือการให้รางวัลแก่ผู้ที่ปฏิบัติงานดีเด่นจะมีบทบาทอย่างมากต่อการให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้มีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางและเป็นแรงจูงใจ ในการบริหารจัดการทรัพยากรในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม และเป็นการลดข้อขัดแย้งในการใช้ประโยชน์ทรัพยากรควบคู่ไปด้วย

โครงการวิจัยย่อยที่ 2 การคาดการณ์และการป้องกันพิบัติภัยแผ่นดินถล่มบริเวณลุ่มน้ำน่านตอนบน

โดย: ภาควิชาวิทยาศาสตร์พื้นพิภพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ภาษีน้ำไม่ท่วม

โดย: ประภาส ปิ่นตบแต่ง

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.)ได้เชิญนักเศรษฐศาสตร์และนักวิชาการที่มีชื่อเสียงหลายท่านมาคุยกันเรื่อง “ภาษีน้ำท่วม” เพื่อวางแนวทางการพัฒนาข้อเสนอ ในฐานะที่ได้ไปแอบฟัง แอบหยิบเอกสาร ฯลฯ และนำประเด็นต่างๆ มาเสนอเพื่อเผยแพร่ แลกเปลี่ยน โดยต้องกล่าวไว้ตั้งแต่ด้วยว่า ทั้งหมดนี้เป็นการเลือกฟัง เลือกหยิบตามที่สนใจและเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียน

ภาษีน้ำท่วม คิดได้ ทำยาก

โดย: เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว

น้ำท่วมรัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย คราวนี้กลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก พื้นที่ 3 ใน 4 ของรัฐถูกประกาศให้เป็นเขตภัยพิบัติ ความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นรวมกับค่าบูรณะฟื้นฟู รวมกันแล้วไม่น้อยกว่า สองหมื่นล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราวหกแสนล้านบาท นี่เป็นค่าการประมาณการเบื้องต้น ตัวเลขความเสียหายที่แท้อาจจะสูงกว่านี้อีก ว่ากันว่า ถ้าเกิดน้ำท่วมรุนแรงในระดับนี้พร้อมกันทั้งโลก ผลของมันจะเทียบได้กับเหตุการณ์น้ำท่วมโลกที่บันทึกไว้ในพระคัมภีร์ของชาวยิวนั่นเลยทีเดียว

โครงการสิทธิชุมชนศึกษาภาคใต้ กรณีลุ่มน้ำปากพนัง

โดย: สันติชัย ชายเกตุ และคณะ

การวิจัยครั้งนี้ต้องการที่จะทราบว่าลักษณะสิทธิชุมชนในลุ่มปากพนังควรจะเป็นอย่างไร และจากการลงไปศึกษาเก็บข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยกับชาวบ้านในพื้นที่เป็นรายบุคคล การจัดเวทีระดมความคิดเห็นทั้งกลุ่มย่อยกลุ่มใหญ่ ทำให้ทราบว่าฐานทรัพยากรที่สำคัญในลุ่มน้ำปากพนังก็คือระบบนิเวศน้ำกร่อยที่เกื้อกูลอาชีพทุกอาชีพในลุ่มน้ำปากพนังให้ดำรงชีพอยู่อย่างปกติสุขมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน หากระบบนิเวศน้ำกร่อยได้รับการกระทบกระเทือนหรือทำให้เสียสมดุล คนลุ่มน้ำปากพนังก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย ซึ่งที่ผ่านมาฐานทรัพยากรในลุ่มน้ำปากพนังก็มีการเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นโดยภัยธรรมชาติ จากการพัฒนา หรือการใช้สอยของมนุษย์ แต่ระบบนิเวศน้ำกร่อยของลุ่มน้ำปากพนังก็ยังเป็นฐานทรัพยากรที่สำคัญที่คนลุ่มน้ำปากพนังได้ใช้ประโยชน์มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

เราจะอยู่กับน้ำท่วมต่อไปได้อย่างไร?

โดย: มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด

น้ำท่วมคราวนี้ วิศวกรอุทกเขาว่าเป็นแค่ซ้อมใหญ่นะคะ ของจริงใหญ่กว่านี้อีก น้ำท่วมใหญ่คาดการณ์ได้ว่าจะมาประมาณ 20 – 25 ปีครั้ง ซึ่งน้ำท่วมใหญ่ครั้งสุดท้ายของเราเกิดเมื่อปี พ.ศ. 2538 ดังนั้นน้ำท่วมใหญ่ของจริงก็น่าจะเกิดประมาณ ปี พ.ศ. 2561 ขนาดน้ำท่วมคราวนี้ถือกันว่าน้ำท่วมแค่มิดหัวเด็ก แต่คราวหน้าอาจจะมิดหัวผู้ใหญ่
ผลกระทบน้ำท่วมคราวนี้ในเชิงเศรษฐกิจแล้วรุนแรงกว่าปี พ.ศ. 2538 หลายเท่า เพราะบ้านเมืองเจริญเติบโตขึ้นมากความเสียหายก็เพิ่มขึ้นตามเมืองและอุตสาหกรรมที่ขยายตัวออกไป ถ้าเกิดอีกคราวหน้าความสูญเสียคงเหลือคณานับทีเดียว