U-Knowledge

ภัยแล้ง การจัดการน้ำ และนโยบายสาธารณะ

โดย: กนกวรรณ มะโนรมย์

“ความแล้ง” ได้กลายเป็นประเด็นปัญหาใหญ่ และสำคัญของประเทศไทยในขณะนี้เนื่องจากรัฐบาลเห็นว่าพื้นที่ทั่วประเทศ ขาดแคลนน้ำอย่างหนักเป็นระยะเวลานานหลายเดือน และหลายคนกล่าวไปในทำนองเดียวกันว่า ความแล้งในปี พ.ศ. 2548 นี้ถือเป็นความแล้งที่วิกฤตที่สุดในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา ปัญหานี้สื่อมวลชนแทบทุกแขนงได้เสนอข่าว รายการโทรทัศน์ทุกช่องถ่ายทำจากสถานที่จริง และนำบทสัมภาษณ์ของชาวบ้าน มาสื่อให้คนทั่วประเทศได้เห็นกันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี

เปิดประเด็นต้นตอวิกฤติอุทกภัย

โดย: อดิศร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา

เหตุการณ์นํ้าท่วม นํ้าแล้ง และดินโคลนถล่ม กำลังส่งสัญญาณสำคัญว่าประเทศไทยจะปล่อยให้การดำเนินกิจกรรมต่างๆ เป็นไปอย่างไร้ทิศทางอย่างนี้หรือ? ให้ใครก็ตามที่มีเงิน เศรษฐีต่างชาติ นักการเมือง หรืออดีตข้าราชการ ผู้ใหญ่ สามารถใช้เงินวิ่งเต้นทำอะไรก็ได้เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตัวโดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม และทำให้ประเทศต้องรับภาระความเสียหาย กรณีนํ้าท่วมประเทศไทยที่สร้างความสูญเสียมหาศาลถูกอ้างเสมอว่า
เกิดขึ้นเพราะฝนตกชุกฝนตกมาก แต่แท้จริงแล้ว ต้นตอสำคัญของนํ้าท่วมคือการใช้ประโยชน์ที่ดินผิดประเภท จากการแสวงหาประโยชน์

บทเรียนจากน้ำท่วมที่ต้องการการสังคายนา

โดย: มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด

เช้านี้คุณได้ดูดัชนีน้ำหรือยัง?
อีกหน่อยเราคงได้ถามคำถามนี้กันทุกวันในฤดูน้ำหลาก แต่ในขณะที่น้ำกำลังท่วมอยู่นี้ เรามีข้อมูลมหาศาลจากสื่อต่างๆ ว่าน้ำจะท่วมที่ไหน อย่างไร แต่เรายังไม่มีดัชนีน้ำที่จะเตือนภัยให้ชาวกรุงเทพฯ ที่พอจะเข้าใจได้ว่าภัยใกล้ตัวแค่ไหน รุนแรงเพียงใด
บทเรียนจากน้ำท่วมคราวนี้มีอยู่หลายประการด้วยกัน

บทเรียนจากน้ำท่วม: สังคมไทยจะก้าวต่อไปทางไหน

โดย: จิรากรณ์ คชเสนี

น้ำท่วมสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม ไร่นาสาโท ชีวิต ทรัพย์สิน และวิถีชีวิต ของผู้คนทุกหมู่เหล่า ไม่ว่าจะเป็นคนชนบท คนเมือง ยากดีมีจน ทุกหย่อมหญ้า ล้วนได้รับความทุกข์ร้อนแสนสาหัส อย่างเสมอหน้าเท่าเทียมกัน เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมไทย ในรูปแบบที่แตกต่างออกไปจากความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การทหาร แบบดั้งเดิมที่คุ้นเคยกัน

น้ำท่วม: เห็นทีต้องแก้ไข ไม่ใช่แก้ขัด

โดย: มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด

ท่านผู้อ่านเคยฟังเพลงลูกทุ่งที่ว่า “น้ำท่วมพี่ว่าดีกว่าฝนแล้ง” ไหมคะ ผู้เขียนเป็นนักเศรษฐศาสตร์ก็ไม่เคยเข้าใจว่าเพลงนี้ใช้อะไรมาตัดสิน โดยปกติแล้วน้ำแล้งขั้นวิกฤต จะเสียหายน้อยกว่าน้ำท่วมขั้นวิกฤต เพราะน้ำแล้ง เกษตรกรเสียผลตอบแทนจากที่ดิน แต่ยังเอาแรงงานตนเองไปขายได้ ในช่วงน้ำแล้ง ทรัพย์สินมักไม่มีการเสียหาย แต่น้ำท่วมก็เป็นอย่างที่เราเห็นกันทุกวันนี้ อาจถึงเสียชีวิต เสียทรัพย์สิน เสียรายได้ เสียสุขภาพทั้งกายและใจ

น้ำท่วม: การสงเคราะห์ VS การชดเชย

โดย: มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด

ที่ว่ากันว่ามวลน้ำมหาศาลคราวนี้เป็นเรื่องที่มิคาดคิดมาก่อนจึงรับมือไม่ไหว
ความจริงก็คือน้ำท่วมใหญ่นั้นมีผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำก็คาดการณ์ไว้แล้ว เพราะน้ำท่วมใหญ่จะเกิดขึ้นซ้ำประมาณ 20-25 ปี ระหว่างคาบน้ำท่วมใหญ่จะมีน้ำท่วมน้อยและปานกลาง คือ SMF (Small and Medium Floods)
น้ำท่วมใหญ่ครั้งก่อนคือปี พ.ศ. 2538 มีการสูญเสียประมาณไว้ที่ 72,000 ล้านบาท (ซึ่งใหญ่กว่าปี พ.ศ. 2549 ซึ่งเสียหาย 16,000 ล้านบาท) ครั้งต่อไปที่จะท่วมใหญ่คาดการณ์เอาไว้ก็คือปี พ.ศ. 2561
น้ำท่วมปีนี้จึงถือว่าเป็นซ้อมใหญ่

ที่อยู่คน ที่อยู่ป่า ทางเดินน้ำ และที่ทำกิน…ผังเมืองไทย?

โดย: อดิศร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา

เหตุการณ์น้ำท่วม น้ำแล้ง และดินโคลนถล่ม กำลังส่งสัญญาณสำคัญว่าประเทศไทยจะปล่อยให้การดำเนินกิจกรรมต่างๆ เป็นไปอย่างไร้ทิศทางอย่างนี้หรือ? ให้ใครก็ตามที่มีเงิน เศรษฐีต่างชาติ นักการเมือง หรืออดีตข้าราชการผู้ใหญ่ สามารถใช้เงินวิ่งเต้นทำอะไรก็ได้เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว โดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม และทำให้ประเทศต้องได้รับความเสียหาย กรณีน้ำท่วมประเทศไทยที่สร้างความสูญเสียมหาศาลถูกอ้างเสมอว่าเกิดขึ้นเพราะฝนตกชุกฝนตกมาก แต่แท้จริงแล้วต้นตอสำคัญของน้ำท่วมคือการใช้ประโยชน์ที่ดินผิดประเภทจากการแสวงหาประโยชน์

ถึงเวลายกเครื่องการจัดการน้ำของประเทศไทยใหม่หรือยัง

โดย: ยรรยงค์ อินทร์ม่วง

หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สภาอุตสาหกรรมได้เรียกร้องให้รัฐบาลจัดหาน้ำเพื่อสนับสนุนการผลิตของกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมในเขตพื้นที่การนิคมอุตสาหกรรม จังหวัดระยอง เพราะเกรงว่าถ้าขาดแคลนน้ำ จะทำให้โรงงานต่างๆ ต้องลดอัตราการผลิตลง และนั่นคือจำนวนคนว่างงาน ปริมาณสินค้าส่งออก และความเชื่อมั่นจะเป็นปัญหาตามมา จากเหตุการณ์ดังกล่าวซึ่งไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น ทำให้หลายคนตกใจเป็นอย่างมาก เพราะนี่เป็นช่วงกลางฤดูฝน ไม่แน่ใจว่าในช่วงฤดูน้ำน้อยหรือช่วงที่มีฝนตกน้อย อะไรจะเกิดขึ้นอีก ผมสงสารกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ การประปาส่วนภูมิภาค การนิคมอุตสาหกรรม และพี่น้องเกษตรกรชาวนา ชาวสวน ที่ต้องพึ่งแหล่งน้ำผิวดิน คืออ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล อ่างเก็บน้ำดอกกลาย และเขื่อนบางพระ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีหลายท่านได้รุดไปสำรวจสภาพปัญหาอย่างรีบด่วน และได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้า คือการผันน้ำระหว่างอ่างเก็บน้ำโดยการวางท่อวิ่งสู่การนิคมอุตสาหกรรม และให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลขุดเจาะน้ำบาดาล เสริมปริมาณน้ำดิบ เพื่อให้เกิด “ความมั่นคง” สำหรับการใช้น้ำของภาคอุตสาหกรรม

ชดเชยเพื่อเช็ดน้ำตา

โดย: วรากรณ์ สามโกเศศ

ถ้าท่านผู้อ่านมีความรู้สึกคล้ายกับผู้เขียนซึ่งรอดพ้นจากภัยน้ำท่วมบ้านและรู้สึกผิดที่เพื่อนๆ โชคร้ายแต่เรารอด คล้ายกับความรู้สึกของผู้ที่มีชีวิตรอดจากสงครามในขณะที่เพื่อนๆ ตาย ก็อยากบอกว่าขอให้แปรเปลี่ยนความรู้สึกดังกล่าวเป็นความช่วยเหลือโดยตรงอย่างรวดเร็วแก่เพื่อนเหล่านั้นจักมีประโยชน์กว่าการไม่สบายใจแต่เพียงอย่างเดียว
ถึงแม้ว่าจะไม่มีกรุงเทพมหานครตั้งอยู่ใต้อยุธยา ลพบุรี สิงห์บุรี อุทัยธานี ฯลฯ น้ำก็คงจะท่วมพื้นที่เหล่านี้อย่างแน่นอนอันเนื่องมาจากมวลน้ำมหาศาลไหลบ่ามาจากทางตอนเหนือซึ่งมีระดับความสูงกว่า

จัดการน้ำท่วม ทำไมจึงล้มเหลว

โดย: กอบกุล รายะนาคร

สถานการณ์น้ำท่วมวิกฤต สร้างความเสียหายมหาศาล นี่คือข่าวจากสื่อทุกแขนงในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา สถานการณ์เลวร้ายลงตามลำดับ สร้างความทุกข์อย่างแสนสาหัสแก่ประชาชนนับแสน หรืออาจจะนับล้านไม่มีใครรู้ เราเห็นน้ำท่วมจังหวัดแล้ว จังหวัดเล่า ไล่ลงมาเหมือนโดมิโน ตั้งแต่สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร นครสวรรค์ ชัยนาท ลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง จนมาท่วมพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี และจ่อกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของประเทศอยู่ ณ ขณะนี้

การบริหารจัดการน้ำโดยให้เกษตรกรมีส่วนร่วม

โดย: โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากระเสียว

น้ำ… เป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมวลมนุษย์ ความต้องการใช้น้ำทุกภาคส่วนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น เพื่อการอุปโภค-บริโภค เพื่อการเกษตร และเพื่อการอุตสาหกรรม ตามประชากรที่เพิ่มขึ้นและการขยายตัวของชุมชน เพื่อการบริหารจัดการน้ำชลประทานให้มีความมั่นคงและยั่งยืน สามารถรองรับการเจริญเติบโตของประเทศไทยในอนาคต กรมชลประทานจึงกำหนดนโยบายการบริหารจัดการน้ำชลประทาน โดยให้เกษตรกรมีส่วนร่วมด้านการส่งน้ำและบำรุงรักษา นำมาใช้ในการบริหารจัดการน้ำชลประทาน เพื่อเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรผู้ใช้น้ำชลประทาน และชุมชนผู้ใช้น้ำได้รับน้ำอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

สุนทรียา เหมือนพะวงศ์: ความถูกต้องและความเป็นธรรมในการจัดการน้ำท่วมใหญ่: การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ของไทยและเยอรมัน

โดย: สุนทรียา เหมือนพะวงศ์

ปัญหาน้ำท่วมใหญ่ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนำความสูญเสียให้คนไทยจำนวนมาก ปัญหาน้ำท่วมโยงกับเรื่องความถูกต้องและความเป็นธรรมในการจัดการน้ำ ทั้งในเชิงเทคนิค สังคม เศรษฐกิจ การเมือง และกฎหมาย หากสังคมไทยได้เรียนรู้ผ่านความวิกฤติในครั้งนี้อย่างจริงจัง ก็ถือได้ว่าเราสามารถแปรวิกฤติที่เกิดขึ้นให้เป็นโอกาสในการป้องกันและแก้ไข ปัญหาไม่ให้เกิดความผิดพลาดอีก ผู้เขียนในฐานะสมาชิกคนหนึ่งในสังคมใคร่ขอนำบทเรียนจากประเทศสหพันธ์ สาธารณรัฐเยอรมนี ซึ่งเคยเผชิญปัญหาน้ำท่วมใหญ่มาแล้วหลายครั้งและพยายามแก้ไขปัญหาให้เกิดการ จัดการน้ำท่วมอย่างยั่งยืนมานำเสนอและศึกษาเปรียบเทียบ เพื่อให้เกิดเป็นประเด็นในการค้นหาแนวทางในการปฏิรูปการจัดการน้ำท่วมอย่าง ถูกต้อง เป็นธรรม และยั่งยืนมากยิ่งขึ้นในสังคมไทยของเราต่อไป

คนรวย คนจน และน้ำท่วม

โดย: วรากรณ์ สามโกเศศ

“คนจนยอมทนจมน้ำเพื่อคนรวย” “คนปทุมธานี นนทบุรี อยุธยา ต้องยอมจมน้ำเพื่อคนกรุงเทพฯ” “คนกรุงแสนสบายเมื่อเทียบกับคนจังหวัดน้ำท่วมอื่น ๆ”
ฯลฯ ความเชื่อเหล่านี้อาจมีความจริงอยู่บ้าง แต่เมื่อพิจารณาลงไปลึก ๆ แล้ว ผู้เขียนเห็นว่าเป็นมายาคติ ในเรื่องคนจนต้องเสียสละเพื่อคนรวยนั้นเป็นมายาคติที่อันตรายต่อความมั่นคง บั่นทอนความสามัคคีของสังคม และที่สำคัญคือไม่เป็นความจริง

มาตรการการคลังเพื่อสิ่งแวดล้อม

โดย: มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด

จากกรณีปัญหาที่มาบตาพุด ทำให้ต้องกลับมาทบทวนเพื่อแก้ปัญหา สร้างกลไกและเครื่องมือใหม่ขึ้นมา ซึ่งเป็นกลไกที่ทำให้ทุกโรงงานต้องลดมลพิษแม้จะปล่อยมลพิษตามมาตรฐานเพื่อเพิ่มกำลังรองรับ จึงนำมาสู่ ร่าง พ.ร.บ.มาตรการการคลังเพื่อสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงกฎหมายลูกอย่าง ร่าง พ.ร.ฎ.ภาษีการปล่อยมลพิษทางน้ำ และ ร่าง พ.ร.ฎ.ภาษีการปล่อยมลพิษทางอากาศ

ภาษีสิ่งแวดล้อม: พร้อมหรือยังกับสังคมไทย

โดย: จันทร์จิรา พงษ์ราย

การเร่งพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกให้เป็นพื้นที่อุตสาหกรรมหลักของประเทศตลอดระยะเวลาเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา นำไปสู่จุดเปลี่ยนที่ถือเป็นประวัติศาสตร์ของวงการสิ่งแวดล้อมไทย สาเหตุสำคัญเกิดจากช่องว่างด้านกฎกติกาที่บังคับใช้ ผู้เขียนได้กล่าวถึง ร่าง พ.ร.บ.มาตรการการคลังเพื่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้ผลิตและผู้บริโภคในการก่อมลพิษ และสร้างแรงจูงใจให้ลดการก่อมลพิษ กฎหมายมีจุดเด่นคือ เป็นการบูรณาการให้กระทรวงต่างๆ ใช้กฎหมายนี้ร่วมกันได้ และให้อำนาจ อปท. ในการจัดเก็บภาษีและได้รับการจัดสรรรายได้จากภาษีในส่วนนี้โดยส่งคืนให้กับรัฐบาลเพียงบางส่วน รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมใช้ประโยชน์จากรายได้ทีเกิดจากการเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมตามกฎหมายนี้

การจัดการลุ่มน้ำระหว่างประเทศ

โดย: กอบกุล รายะนาคร

ลุ่มแม่นํ้าโขงมีพื้นที่ลุ่มนํ้า (drainage area) ทั้งสิ้น 795,000 ตารางกิโลเมตร นับเป็นลุ่มนํ้าที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 12 ของโลก มีความยาว 4,200 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็น 1 ใน 15 ของแม่นํ้าที่ยาวที่สุดในโลก และเป็นแม่นํ้าที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในปีหนึ่งแม่นํ้าโขงปล่อยนํ้าลงสู่ทะเล 475,000 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือโดยเฉลี่ย 15,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อพิจารณาจากปริมาณนํ้าที่ไหลจากแม่นํ้าโขง ถือได้ว่าเป็นแม่นํ้าที่ใหญ่เป็นอันดับหกในโลก รัฐที่อยู่ริมฝั่งแม่นํ้าโขง (riparian states หรือ basin states) ประกอบด้วย จีน พม่า ลาว ไทย กัมพูชา และเวียดนาม

สรุปการประชุมเวที สกว. (TRF Forum) เรื่อง ปัญหาอุทกภัยและความเชื่อมโยงกับผังเมืองและการใช้ที่ดิน: บทเรียนจากมหาอุทกภัย 2554 และวาระการวิจัย

โดย:

การประชุมเวที สกว. (TRF Forum) เริ่มการบรรยายโดย ดร.ธงชัย โรจนกนันท์ สถาปนิกชำนาญการพิเศษ กรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่อง “ระบบผังเมืองและการใช้ที่ดินในปัจจุบันกับปัญหาอุทกภัย 2554: บทเรียน นโยบาย และวาระการวิจัย” ซึ่งกล่าวถึงสาเหตุของอุทกภัยปี 2554 และวิธีการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในอนาคต ในมิติของการศึกษาและการวิจัย หลังจากนั้น รองศาสตราจารย์ ดร.ทวีวงศ์ ศรีบุรี ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บรรยายต่อในเรื่อง “แนวทางการจัดการน้ำด้วยระบบผังเมืองและการใช้ที่ดินใหม่: ความเป็นไปได้และวาระการวิจัยในอนาคต” ซึ่งกล่าวถึงสาเหตุของการเกิดอุทกภัยปี 2554 โดยแสดงผ่านการยกตัวอย่างจากปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในการบริหารจัดการจากอดีตจนถึงปัจจุบัน

สรุปการประชุมวิชาการเรื่อง การจัดการภัยพิบัติธรรมชาติในภาคใต้ของประเทศไทย

โดย:

การประชุมวิชาการเรื่อง การจัดการภัยพิบัติธรรมชาติในภาคใต้ของประเทศไทย ในวันที่ 13 ตุลาคม 2554 มีจุดประสงค์เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่หรือชุมชนที่ได้รับภัยพิบัติธรรมชาติได้นำเสนอองค์ความรู้ในการป้องกันและช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ในวิธีการจัดการภัยพิบัติธรรมชาติของแต่ละพื้นที่หรือชุมชน ทั้งนี้มีหน่วยงานเข้าร่วมนำเสนอทั้งหมด 9 หน่วยงาน ประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 8 หน่วยงาน และองค์กรอิสระ 1 หน่วยงาน

รายงานการประชุมเรื่อง การประชุมหารือเรื่องการพิจารณาร่างข้อกำหนดโครงการแบบจำลองสถานการณ์อุทกภัยและการจัดการของกรุงเทพมหานคร

โดย:

การประชุมครั้งนี้ได้เรียนเชิญรองศาสตราจารย์ ดร.ชูเกียรติ ทรัพย์ไพศาล และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เพ็ญพร เจนการกิจ เข้าร่วมประชุมเพื่อหารือเรื่องการพิจารณาร่างข้อกำหนดโครงการแบบจำลองสถานการณ์อุทกภัยและการจัดการของกรุงเทพมหานคร และในที่ประชุมยังได้รับเกียรติฟังบรรยายการสรุปบทเรียนของการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทย จากรองศาสตราจารย์ ดร.ชูเกียรติ ทรัพย์ไพศาล

ข้อเสนอแนวทางจัดการอุทกภัยในอนาคต

โดย: มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด

ปี 2554 เกิดมหาอุทกภัยที่สร้างความเสียหายทั้งในด้านการสูญเสียชีวิต (กว่า 600 ราย) และทรัพย์สินหลายแสนล้านบาท ประชาชนจำนวนมากต้องพลัดพรากจากที่อยู่อาศัย มีชีวิตท่ามกลางความเสี่ยงที่จะรับเชื้อโรคที่มากับน้ำ มีการสูญเสียการผลิตในโรงงาน ในภาคบริการ จนเป็นที่กล่าวขานกันทั่วโลก
ในวันพุธที่ 7 ธันวาคม 2554 แผนงานสร้างเสริมนโยบายสาธารณะที่ดีได้จัดเวทีความคิด สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ ครั้งที่ 1 เพื่อระดมสมองจากนักวิชาการ ผู้บริหารจากภาคราชการและเอกชน เพื่อแสวงหาแนวทางการจัดการอุทกภัยในอนาคต