U-Knowledge

11 มาตรการแก้ไขน้ำท่วมแบบหลายมิติ: ซุปเปอร์เอกซ์เพลสฟลัดเวย์ หนทางฟื้นความเชื่อมั่นประเทศไทย

โดย: ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล

การนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมแบบบูรณาการหลายมิติ อาทิ การสร้างระบบทางด่วนพิเศษระบายน้ำท่วม การปรับปรุงระบบระบายน้ำท่วมให้มีประสิทธิภาพทั้งระบบ การปรับปรุงระบบเตือนพิบัติภัยล่วงหน้าและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำใหม่ทั้งระบบ การวางแผนพัฒนากรุงเทพฯ และเมืองบริวารในอนาคต มาตรการจัดเก็บภาษีน้ำท่วมและการประกันภัยเพื่อกองทุนชดเชยน้ำท่วม มาตรการควบคุมการใช้ที่ดินและผังเมืองโดยใช้แผนที่เสี่ยภัยน้ำท่วม เป็นต้น

การบริหารจัดการทรัพยากรลุ่มน้ำขนาดเล็กอย่างยั่งยืน โดยกระบวนการมีส่วนร่วมของเครือข่ายและภาคีทุกภาคส่วน

โดย:

การบริหารจัดการน้ำของไทยมีแนวทางการกำกับและสั่งการจากบนสู่ล่าง ที่ผ่านมาการจัดการน้ำเน้นที่ “การจัดหาน้ำ” ด้วยการลงทุนทางด้านโครงสร้างที่เป็นโครงการขนาดใหญ่โดยใช้ความรู้ด้านวิศวกรรมเป็นด้านหลัก ส่วนหน้าที่ในการ “จัดสรรน้ำ” ที่เป็นธรรมและเท่าเทียมด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมตัดสินใจของภาคส่วนต่างๆ ของสังคมยังไม่เกิดสัมฤทธิ์ผล นอกจากนั้น การบริหารจัดการน้ำของภาครัฐที่ผ่านมานั้นประกอบด้วยหน่วยงานรับผิดชอบหลายหน่วยงาน แต่เนื่องจากหน่วยงานเหล่านี้มีภารกิจและอำนาจหน้าที่ทับซ้อนกัน ส่งผลให้การจัดการน้ำขาดเอกภาพและการบูรณาการร่วมกัน ทำให้การสนับสนุนกลุ่มผู้ใช้ให้มีสำนึกและบทบาทในการบริหารจัดการน้ำจึงยังคงมีอยู่น้อย ไม่เต็มประสิทธิภาพ รวมทั้งการบังคับใช้กฎระเบียบไม่สอดคล้องกับสถานการณ์และปัญหาของการใช้น้ำที่เกิดขึ้นจริงในระดับพื้นที่ลุ่มน้ำ

ปัญหาอุทกภัยของชาติ

โดย: ชลิต แก้วจินดา

การบริหารจัดการเรื่องการระบายน้ำเพื่อลดการเกิดอุทกภัยของรัฐยังไม่มีหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรง ยังคงอยู่ในความดูแลของหลายหน่วยงาน ซึ่งให้ความสำคัญในลำดับสุดท้าย และเมื่อจำเป็นต้องทำโครงการต่อเนื่องซึ่งเกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่นๆ ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานก็ไม่สอดประสานกัน จึงทำให้การแก้ปัญหาอุทกภัยของรัฐยังไม่มีประสิทธิภาพ

บทเรียนและข้อเสนอชาวอยุธยาเพื่อการจัดการน้ำ ผ่านศูนย์ประสานงาน 13 ตำบล

โดย:

บทเรียนจากน้ำท่วมใหญ่ของชาวบ้านในเขตเมืองอยุธยาที่มาร่วมประชุมกันที่ห้องแถวหลังหนึ่ง ใกล้ๆ สี่แยกวรเชษฐ์ ทางออกไปยังอำเภอเสนา เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2554 ได้สะท้อนให้เห็นแง่มุมต่างๆ ที่สำคัญ ทุกคนต่างได้บทเรียนกลับไป เพื่อที่จะเตรียมรับกับวันใหม่ โดยมีข้อเสนอเพื่อการจัดการภัยพิบัติเพื่อการฟื้นฟูชุมชน ผ่านความเห็นของประชาชนในพื้นที่

แถลงการณ์เครือข่ายลุ่มน้ำภาคเหนือ อีสาน ใต้ โขง สาละวิน ประสานความร่วมมือปฏิรูปการจัดการน้ำ ปฏิรูปประเทศไทย

โดย: เครือข่ายลุ่มน้ำ เหนือ อีสาน ใต้ โขง สาละวิน

เครือข่ายองค์กรชาวบ้านลุ่มน้ำภาคเหนือ อีสาน ใต้ โขง สาละวิน เป็นเครือข่ายองค์กรชาวบ้านที่รวมตัวกันเพื่อปกป้อง รักษา และฟื้นฟู ดิน น้ำ ป่า ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ได้สรุปบทเรียนและเห็นถึงหายนภัยที่เกิดขึ้นจากการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ทั่วโลก รวมทั้งเขื่อนในประเทศไทย ได้สร้างปัญหาให้กับดิน น้ำ ป่า ชุมชน และสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก บทเรียนจากผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ทั่วโลก ได้บอกให้เราเห็นว่ายุคสมัยของการสร้างเขื่อนได้สิ้นสุดลงแล้ว มนุษยชาติพึงร่วมกันตระหนักถึงภัยของการสร้างเขื่อน และต้องบอกกล่าวกับรัฐบาล รวมทั้งผู้บริหารบ้านเมืองของตน ให้ตระหนักถึงภัยที่มนุษย์สร้างขึ้น ในนามเขื่อน

การจัดการน้ำโดยชุมชน ทบทวนมุมมองเชิงภูมิปัญญาโดยภาคประชาชน

โดย:

เกือบ 2 เดือนที่คนไทยจดจ่อกับข้อมูลข่าวสารสถานการณ์น้ำ ตลอดจนต้องทนฟังเสียงอื้ออึงจากการวิพากษ์วิจารณ์การแก้ปัญหาและการบริหารงานของรัฐบาล อันเนื่องมาจากความด้อยประสิทธิภาพในเชิงบริหารจัดการ ไม่มีเอกภาพแม้กระทั่งระบบข้อมูลข่าวสาร เพื่อให้ประชาชนสามารถตัดสินใจแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ในที่สุด ประชาชนเกือบครึ่งประเทศจึงต้องระทมทุกข์ กันถ้วนหน้า
ต้นเหตุของการแก้ปัญหาที่นำมาซึ่งความอ่อนด้อยประสิทธิภาพ แถมผลักดันปัญหาอื่นๆ เพิ่มเข้ามาอีก ก็เนื่องมาจากรัฐจัดการปัญหาแบบเชิงเดี่ยว ไม่บูรณาการ และไม่ยอมกระจายการแก้ปัญหาอย่างหลากหลาย ไปสู่ชุมชนเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วม ผลจากการแก้ปัญหาแบบรวมศูนย์ที่เกิดขึ้นตามมา คือ ความขัดแย้งในสังคม หรือระหว่างชุมชนกับชุมชน ด้วยเหตุนี้เอง จึงนำมาซึ่งขบวนการการรื้อฟื้นแนวคิดของภาคประชาชน ตลอดจนวิธีการใหม่ๆ ซึ่งบางส่วนประชาชนอาจจะคุ้นเคยไปบ้าง แต่บางส่วนก็พูดมานานจนลืม โดยเฉพาะแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยชุมชน

ข้อเสนอการจัดการน้ำโดยชุมชน ลุ่มน้ำภาคเหนือ

โดย:

จากสถานการณ์ภัยพิบัติของการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศของโลก และความไม่สมดุลของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น น้ำท่วม น้ำแล้ง ไฟป่า ทำให้เกิดผลกระทบต่อวิถีชีวิต ทรัพย์สิน และระบบนิเวศสิ่งแวดล้อม ใน 8 จังหวัดภาคเหนือบน ที่ผ่านมามีความรุนแรงและเกิดซ้ำซาก เป็นปรากฏการณ์ที่ส่งผลกระทบและสูญเสียในวงกว้าง อีกทั้งนโยบายการพัฒนา การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมชาติ มุ่งเน้นการพัฒนาและการจัดการในเชิงเดี่ยว ไม่เป็นพหุภาคี ตอบสนองการบริโภค ระบบทุนเสรีนิยม ทำให้ทรัพยากรส่วนรวมไปตกอยู่ในความครอบครองของระบบทุน ซึ่งเป็นการลดทอนและตัดสิทธิของคนไทยในพื้นที่ลุ่มน้ำในการเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาให้เป็นไป ที่สอดคล้องกับวิถีวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ชุมชน อันเป็นของหน้าหมู่ส่วนรวม ตามสิทธิและหน้าที่ ที่สมดุลอย่างยั่งยืน

การแก้ปัญหาลุ่มน้ำยม

โดย: ชลิต แก้วจินดา

การสร้างแหล่งน้ำต้นทุนบริเวณตอนต้นของลุ่มน้ำยมจำเป็นต้องมีมาตรการต่างๆ หลายมาตรการประกอบกันตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ มิฉะนั้นจะแก้ปัญหาไม่จบสิ้น ผลเสียหรือผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการก่อสร้างแหล่งเก็บกักน้ำต้นทุน ถ้ามีการศึกษาตั้งแต่ต้นย่อมป้องกันและแก้ไขได้อย่างคุ้มค่าและถาวร

แก้มลิง บางบาลโมเดล (บทสรุปผู้บริหาร)

โดย: ชูเกียรติ ทรัพย์ไพศาล

บางบาลโมเดลเป็นโครงการนำร่องการบริหารจัดการและพัฒนาพื้นที่การเกษตรเป็นพื้นที่รับน้ำนอง (แก้มลิง) เพื่อการบรรเทาอุทกภัยขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งได้ทำการศึกษาทั้งในเชิงเทคนิค และเชิงสังคม มีการทำประชาพิจารณ์ในพื้นที่เพื่อรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้าน โดยพบว่ากว่าร้อยละ 90 ของประชาชนในพื้นที่เห็นด้วยที่ให้พื้นที่ตำบลบางบาลเป็นพื้นที่รองรับน้ำ (แก้มลิง) แต่ชาวบ้านมีข้อแม้ว่า ต้องบริหารจัดการน้ำให้สามารถทำนาปรังได้ 2 ครั้งต่อปี และนาปี 1 ครั้งต่อปี

นอกจากนี้ยังพบว่า การที่นำพื้นที่บางส่วนมาทำแก้มลิงจะทำให้มีน้ำใช้มากขึ้นในการทำการเกษตร ส่งผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการทำนาปกติที่ได้รับจาก 4,130 บาทต่อไร่ต่อปี เพิ่มขึ้นเป็น 17,660 ต่อไร่ต่อปี

รายงานการศึกษาร่างพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. …

โดย: คณะทำงานยกร่างพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ...

ทรัพยากรน้ำเป็นทรัพยากรและปัจจัยที่สำคัญต่อความมั่นคงของประเทศทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และเป็นฐานรากในการพัฒนาประเทศ เทียบเท่ากับทรัพยกรที่ดินและป่าไม้ แต่พระราชบัญญัติเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำที่มีอยู่ในปัจจุบันเป็นพระราชบัญญัติฌแพาะด้าน ยังไม่มีพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำที่เป็นหลักหรือแม่บทด้านทรัพยากรน้ำเพื่อเป็นกรอบในการดำเนินงาน ทั้งส่วนราชการ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ชุมชน ประชาชน และครอบคลุมพื้นที่ปหล่งน้ำ เขื่อน อ่างเก็บน้ำ ระบบชลประทาน ฝาย พื้นที่ใช้น้ำ รวมไปถึงการให้บริการน้ำ ทั้งที่เป็นสาธารณะ การเกษตร อุตสาหกรรม ซึ่งต้องเชื่อมโยงกับกฎหมายอื่นๆ

มหาอุทกภัย: จะแก้ไขกันอย่างไร

โดย: มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด

การนำเสนอนโยบายน้ำแห่งชาติ ในเวทีความคิด (Think Tank) สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ ครั้งที่ 1 เรื่อง “มหาอุทกภัย: บทเรียนและข้อเสนอทางยุทธศาสตร์สำหรับอนาคต” โดยชี้ให้เห็นถึงปัญหาของนโยบายน้ำแห่งชาติ อาทิ การบริหารแบบแยกส่วน การไม่มีกฎหมายรองรับที่ชัดเจน การสนใจแต่อภิมหาโครงการและโครงการที่ใช้สิ่งก่อสร้าง ซึ่งจำเป็นต้องมีการสรุปบทเรียนและหาทางออก เพื่อเป็นแนวทางสำหรับการแก้ปัญหาในอนาคต

บันทึกช่วยจำการประชุมคณะทำงานวิชาการเฉพาะประเด็นการปฏิรูปโครงสร้างและกฎหมายด้านที่ดิน: การบริหารจัดการที่ดิน ครั้งที่ 2

โดย:

ปัจจุบันมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการออกเอกสารสิทธิ์และการให้สิทธิ์ในการใช้ประโยชน์ที่ดินจำนวนหลายหน่วยงาน และกระจายอยู่ในหลายกระทรวง แต่ประเทศไทยยังไม่เคยมีแผนการใช้ที่ดินระดับชาติ มีแต่แผนของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับที่ดิน ซึ่งต่างมีกฎหมายที่ให้อำนาจในการบริหารจัดการที่ดิน โดยที่ผ่านมาแต่ละหน่วยงานประสบปัญหาในการบริหารจัดการที่ดิน

ปฏิรูปที่ดิน

โดย:

การปฏิรูปที่ดินมีการพูดถึงกันมานานนับตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองที่มีความพยายามจะทำการปฏิรูป และกระจายการถือครองที่ดินมาโดยตลอดนับตั้งแต่นโยบายการใช้และกรรมสิทธิที่ดิน พ.ศ. 2525, นโยบายที่ดิน พ.ศ. 2530 และนโยบายการบริหารจัดการที่ดินของประเทศ พ.ศ. 2546 แต่การดำเนินการแก้ไขไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร อันเกิดจากหลายปัจจัยทั้งจากตัวนโยบาย และกฎหมาย รวมไปถึงผู้นำนโยบายไปปฏิบัติ

(ร่าง) ข้อเสนอพื้นที่นำร่องโฉนดชุมชน

โดย:

ชุมชนได้สูญเสียสิทธิในการครอบครองทรัพยากรธรรมชาติและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ เนื่องจากรัฐได้ดำเนินการออกกฎหมายประกาศสิทธิเหนืออาณาบริเวณที่ชุมชนเคยครอบครองอยู่ และโดยผลของกฎหมายดังกล่าว ทำให้วิถีชีวิตของคนในชุมชนที่ต้องพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีพ ต้องกลายเป็นความผิดทางกฎหมาย ส่งผลให้ความขัดแย้งระหว่างชุมชนกับหน่วยงานของรัฐเกี่ยวกับการจัดการและการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมขยายตัวเพิ่มขึ้น

(ร่าง) ข้อเสนอแนวทางการกระจายการถือครองที่ดินและการคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรมในรูปแบบโฉนดชุมชน

โดย: คณะทำงานศึกษาแนวทางการกระจายการถือครองที่ดิน การคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม และการรองรับสิทธิที่ดินในรูปแบบโฉนดชุมชน

สถานการณ์การถือครองที่ดินและการใช้ประโยชน์ที่ดินของประเทศขึ้นอยู่กับตลาดการซื้อขายที่ดินและการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยไม่มีการควบคุมการเก็งกำไรซื้อขายที่ดินและการวางแผนการใช้ที่ดินอย่างเป็นระบบ การใช้ประโยชน์ที่ดินก็ยังไม่เป็นไปตามแผนการจัดการที่ดินและการวางผังเมืองของประเทศ ทั้งที่การรักษาความอุดมสมบูรณ์ของที่ดินจะทำให้มูลค่าของที่ดินสูงขึ้น และส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานของที่ดินได้อย่างเต็มที่

ข้อเสนอโครงสร้างระบบภาษีที่ดิน มาตรการการเงินการคลัง และแนวทางการจัดตั้งธนาคารที่ดิน

โดย: คณะทำงานศึกษาโครงสร้างระบบภาษีที่ดิน มาตรการการเงินการคลัง และแนวทางการจัดตั้งธนาคารที่ดิน

ที่ดินนับว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาที่มีประชากรเป็นจำนวนมากที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ที่ดินจึงนับว่าเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญของประชากร สำหรับประเทศไทย แม้ว่าในปัจจุบันสัดส่วนของประชากรที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมจะลดลง แต่ก็ยังคงมีสัดส่วนของประชากรที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมอยู่ถึงร้อยละ 39.70 ในปี 2549 ขณะเดียวกัน ประชากรที่ทำการเกษตรมากกว่าร้อยละ 40 เป็นผู้ที่ไม่มีที่ดินทำกิน หรือมีที่ดินทำกินน้อยกว่า 10 ไร่

ภาพรวมของปัญหาการจัดการที่ดินในสังคมไทย

โดย:

ระบบการจัดการที่ดินเป็นปัญหาที่สำคัญของสังคมไทยมาอย่างต่อเนื่องจวบจนกระทั่งปัจจุบัน การกระจุกตัวของการถือครองที่ดินและการทิ้งร้างไม่ทำประโยชน์ การขาดแคลนและการสูญเสียที่ดินทำกินของเกษตรกร การเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ของรัฐและเอกชน ล้วนเป็นปัญหาที่มีความสัมพันธ์กันอย่างแยกไม่ออก ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว รวมถึงการสร้างระบบกฎหมายเพื่อทำให้เกิดความเป็นธรรมในระบบการจัดการที่ดิน

(ร่าง) สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน)

โดย:

ปัญหาการขาดแคลนที่ดินทำกินและการไม่สามารถเข้าถึงที่ดินของเกษตรกรรายย่อยและผู้ยากจน เป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทยที่เรื้อรังมาเป็นเวลานาน ส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหาการกระจุกตัวของการถือครองที่ดิน รวมทั้งปัญหาการเก็งกำไรในที่ดิน เป็นเหตุให้ที่ดินถูกทิ้งร้าง ไม่ทำประโยชน์ หรือใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ รวมทั้งการเกิดปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ทำให้ที่ดินจำนวนหนึ่งติดภาระในการจำนองหรือใช้เป็นหลักทรัพย์ในการค้ำประกันเงินกู้ ซึ่งต่อมาที่ดินเหล่านั้นได้แปรสภาพเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้

(ร่าง) ข้อเสนอแนวทางการจัดตั้งธนาคารที่ดิน

โดย:

เนื่องจากการกระจายการถือครองที่ดินหรือการปฏิรูปที่ดินต้องมีเงื่อนไขปัจจัยสนับสนุนในหลายด้านด้วยกัน แนวคิดและมาตรการด้านเงินกองทุนในรูปแบบต่างๆ ตลอดจนแนวคิดเรื่องธนาคารที่ดินจึงเกิดขึ้นมาในสังคมไทยเป็นระยะๆ แต่ก็ยังไม่ลงรากปักฐานพอที่จะเป็นเงื่อนไขสนับสนุนให้เกิดการกระจายการถือครองที่ดินเพื่อให้เกษตรกร ชาวนาชาวไร่ และคนจนในเมืองสามารถเข้าถึง ใช้ประโยชน์ เพื่อการได้มาและรักษาที่ดินของตนเองอย่างมั่นคง

(ร่าง) ข้อเสนอแนวทางกระจายการถือครองที่ดิน

โดย: คณะทำงานศึกษาแนวทางการปฏิบัติตามนโยบายการกระจายการถือครองที่ดิน

ตามคำสั่งคณะอนุกรรมการศึกษาแนวทางการปฏิบัติตามนโยบายการกระจายการถือครองที่ดิน ลงวันที่ 29 เมษายน 2552 เรื่องการแต่งตั้งคณะทำงานศึกษาแนวทางการปฏิบัติตามนโยบายการกระจายการถือครองที่ดินทั้งสิ้น 4 ชุด อันประกอบด้วย 1. คณะทำงานศึกษามาตรการทางกฎหมาย นโยบายเพื่อรองรับการกระจายการถือครองที่ดิน 2. คณะทำงานศึกษาโครงสร้างระบบภาษีที่ดิน มาตรการการเงินการคลัง และแนวทางการจัดตั้งธนาคารที่ดิน 3. คณะทำงานศึกษาแนวทางการกระจายการถือครองที่ดิน การคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม และการรองรับสิทธิที่ดินในรูปแบบโฉนดชุมชน และ 4. คณะทำงานศึกษาแนวทางและจัดทำแผนปฏิบัติการนำร่องภายใต้นโยบายรัฐบาลในพื้นที่เครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย โดยมีระยะเวลาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน

บัดนี้ ผลการศึกษาได้แล้วเสร็จในเบื้องต้น ตามเงื่อนไขระยะเวลาที่กำหนด คณะทำงานทั้ง 4 ชุด จึงขอเสนอภาพรวมปัญหาและแนวทางการกระจายการถือครองที่ดินดังต่อไปนี้