สืบเนื่องจากสมัชชาปฏิรูปประเทศไทยมีมติเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ.2556 มีมติร่วมกันสนับสนุนพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ. … ซึ่งยกร่างโดย ผศ.ปกป้อง ศรีสนิท อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือที่รู้จักกันในนาม ‘พ.ร.บ.กองทุนยุติธรรมฉบับประชาชน’ รายงานฉบับนี้จึงมุ่งทบทวนหลักการและสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรมฉบับใหม่ (กฏหมายฉบับเดิมคือระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยกองทุนยุติธรรม พ.ศ.2553)

เหตุผลในการเสนอพระราชบัญญัตินี้ คือ การที่กองทุนยุติธรรมที่จัดตั้งและดำเนินงานภายใต้ระเบียบกระทรวงยุติธรรมเดิมยังไม่สามารถให้ความช่วยเหลือผู้ยากไร้ในการเข้าถึงความยุติธรรมได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากงบประมาณที่มาจากภายรัฐฝ่ายเดียวมีจำกัด การทำให้กองทุนยุติธรรมมีศักยภาพในการช่วยเหลือผู้ยากไร้ในการเข้าถึงความยุติธรรมนั้นจำเป็นต้องอาศัยเงินสมทบจากภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม

นอกจากนี้ ทุกวันนี้ภารกิจการเยียวยาผู้เสียหายในคดีอาญาและจำเลยที่ถูกยกฟ้องในคดีอาญา อยู่ในอำนาจตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 ซึ่งอาศัยงบประมาณแผ่นดินแต่เพียงอย่างเดียว ทำให้การเยียวยาเป็นไปได้อย่างจำกัดและไม่ทั่วถึง จึงควรให้กองทุนยุติธรรมเป็นผู้จ่ายเงินค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา เพื่อเป็นแนวทางการขยายขอบเขตของการเยียวยาและเพิ่มประสิทธิภาพการเยียวยาบุคคลดังกล่าว

สุดท้ายคือการทำให้กองทุนยุติธรรมมีฐานะเป็นนิติบุคคล จะทำให้กองทุนสามารถรับช่วงสิทธิไปไล่เบี้ยกับผู้กระทำความผิดทางอาญาหรือผู้ก่อให้เกิดความเสียหายที่แท้จริงได้

จึงจำเป็นต้องเสนอให้ตราพระราชบัญญัติฉบับนี้

ที่มา: http://www.servicelink2.moj.go.th/pattani/danakeadilan.htm

ที่มา: http://www.servicelink2.moj.go.th/pattani/danakeadilan.htm

สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ. …

ร่างพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ. … มีผลเป็นการจัดตั้งกองทุนยุติธรรม โดยยกเลิกกองทุนยุติธรรมเดิมที่จัดตั้งขึ้นตามระเบียบกระทรวงยุติธรรม พ.ศ. 2553 แต่ยังคงชื่อเดิมไว้คือ เพราะกองทุนยุติธรรมเดิมถูกจัดตั้งเป็นเวลาพอสมควรจนเป็นที่รู้จักของประชาชน โดยกฎหมายฉบับใหม่การกำหนดนิยามเพิ่มเติม เช่น “ผู้ยากไร้” ซึ่งจะพิจารณาทั้งจากรายได้และมูลค่าทรัพย์สิน โดยเป็นอำนาจของคณะกรรมการกองทุนยุติธรรมในการออกประกาศกำหนดรายได้และทรัพย์สินขั้นต่ำเพื่อให้ปรับเปลี่ยนได้ตามภาวะเศรษฐกิจ ทั้งนี้เพราะกองทุนมีเจตนารมณ์ในการช่วยเหลือผู้ยากไร้เป็นหลัก

นอกจากนี้เพื่อตอบสนองภารกิจอีกส่วนหนึ่งของกองทุนยุติธรรม คือเป็นแหล่งเงินทุนให้กับคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา จึงมีการระบุนิยามคำว่า “ผู้เสียหาย” และ “จำเลย” ให้มีความหมายตรงกับพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 (มาตรา 4)

โครงสร้างของร่างพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ. …

1. กองทุนยุติธรรม

1.1 สถานะของกองทุนยุติธรรม

กองทุนยุติธรรมมีฐานะเป็นนิติบุคคลเพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการกองทุน และทำให้มีสถานะทางกฎหมายในการดำเนินการต่างๆ โดยเฉพาะการรับช่วงสิทธิทางแพ่งจากผู้เสียหายหรือจำเลยที่กองทุนให้ความช่วยเหลือ นอกจากนี้ ยังบรรลุวัตถุประสงค์การเป็นแหล่งเงินทุนให้กับผู้ยากไร้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งเป็นแหล่งเงินทุนให้กับรัฐในการจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญาและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา กองทุนนี้สังกัดกระทรวงยุติธรรม โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้แทนกองทุน มีอำนาจลงนามผูกพันกองทุนตามกฎหมาย (มาตรา 5)

1.2 รายรับของกองทุน

กองทุนยุติธรรมเดิมมีรายรับจากแหล่งเดียว คืองบประมาณของรัฐ ซึ่งปรากฏว่าจัดสรรมาไม่เพียงพอในการให้ผู้ยากไร้เข้าถึงความยุติธรรมทั้งประเทศ ประกอบกับการจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 ยังไม่มีแหล่งเงินทุนในการจ่ายต้องอาศัยงบประมาณของรัฐเพียงอย่างเดียว หากแก้ปัญหาโดยการเพิ่มงบประมาณก็เป็นการสูญเสียโอกาส (Opportunity Costs) ในการไปใช้พัฒนาประเทศด้านอื่นๆ

ดังนั้น กองทุนยุติธรรมตามพระราชบัญญัตินี้ จึงมีแนวคิดจะหารายรับหลายทาง โดยใช้หลักช่วยเหลือเกื้อกูลกันของคนในสังคม (Solidality) ได้แก่ (มาตรา 6)

(1) เงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้

(2) เงินสมทบที่เป็นค่าธรรมเนียมศาลและค่าทนายความ ซึ่งเป็นการนำเงินบางส่วนของบุคคลที่เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ที่ไม่มีโอกาส

(3) เงินสมทบที่เป็นค่าปรับในคดีอาญา ทั้งนี้เนื่องจากภารกิจหนึ่งของกองทุนยุติธรรมคือ การเยียวยาผู้เสียหายในคดีอาญา ค่าปรับที่เกิดจากการทำผิดอาญาของจำเลยจึงควรนำมาเข้ากองทุนเพื่อเยียวยาให้กับผู้เสียหาย

(4) เงินค่าเบี้ยประกันภัยของสัญญาประกันภัย เพราะคนที่พึ่งตนเองได้สามารถประกันความเสียหายและได้รับเงินเยียวยาจากบริษัทประกันภัย ในขณะที่ผู้ยากไร้ไม่มีโอกาส จึงเป็นการขยายการเยียวยาความเสียหายให้มากขึ้น

(5) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้จากการรับช่วงสิทธิเพื่อไล่เบี้ยกับผู้กระทำผิดหรือผู้ก่อความเสียหาย เมื่อกองทุนยุติธรรมได้เยียวยาผู้เสียหายแล้ว อาจรับช่วงสิทธิทางแพ่งเพื่อเรียกร้องกับผู้กระทำผิดหรือก่อให้เกิดความเสียหายได้

(6) เงินและทรัพย์สินที่ได้จากการบังคับหลักประกันตัวผู้ต้องหาและจำเลยในคดีอาญาที่หลบหนีการปล่อยตัวชั่วคราว

(7) เงินกู้ ดอกผลของเงินกองทุน และเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้กองทุน โดยผู้ที่บริจาคให้แก่กองทุนนั้นให้นำไปใช้หักภาษีได้โดยการตราเป็นพระราชกฤษฎีกา (มาตรา 12) ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนบริจาคเงินหรือทรัพย์สินแก่กองทุน

นอกจากนี้กฎหมายฉบับใหม่ยังกำหนดให้เงินและทรัพย์สินของกองทุน เป็นกรรมสิทธิ์ของกองทุนโดยไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้ของแผ่นดินทั้งนี้เพื่อให้กองทุนสามารถใช้จ่ายได้อย่างคล่องตัว แต่ยังถือเป็นทรัพย์สินของรัฐจึงไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี (มาตรา 8)

1.3 การใช้จ่ายเงินของกองทุนยุติธรรม (มาตรา 7)

ส่วนหนึ่งยังไว้เหมือนกองทุนยุติธรรมเดิม คือ การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมให้แก่ผู้ยากไร้ ซึ่งหมายรวมถึงค่าใช้จ่ายตามกฎหมายทั้งปวงที่เกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้นเพื่อการร้องขอความเป็นธรรม เช่น ค่าขึ้นศาล ค่าธรรมเนียมศาล ค่าเดินทาง หรือค่าพาหนะ เป็นต้น การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจ้างทนายความดำเนินกระบวนพิจารณาในขั้นตอนต่างๆ การสนับสนุนค่าประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยที่เป็นผู้ยากไร้ในคดีอาญา

นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มภารกิจของกองทุนยุติธรรมในการสนับสนุนค่าตอบแทนผู้เสียหาย กับค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญาตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544

ทั้งนี้ การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการจัดหาผลประโยชน์ของกองทุน ให้อำนาจคณะกรรมการกองทุนยุติธรรมออกระเบียบโดยความเห็นชอบของกระทรวงยุติธรรมได้ (มาตรา 9) ดังนั้น เมื่อกองทุนมีความอิสระและมีความคล่องตัวสูงในการใช้จ่ายเงิน จึงต้องมีระบบการตรวจสอบโดยกำหนดให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินทำหน้าที่ตรวจสอบรับรองงบดุลและรายงานการรับจ่ายเงินกองทุน และเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบและจัดให้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา (มาตรา 10) เพื่อให้ประชาชนรับทราบและติดตามตรวจสอบได้อีกทางหนึ่ง

2. คณะกรรมการกองทุนยุติธรรม

2.1 องค์ประกอบ คุณสมบัติและวาระของคณะกรรมการ

คณะกรรมการกองทุนยุติธรรมมีองค์ประกอบจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เช่น ปลัดกระทรวงยุติธรรม ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย นายกสภาทนายความ หรือผู้ทรงคุณวุฒิด้านการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน เป็นต้น (มาตรา 13) โดยมีการนำผู้มีส่วนได้เสียในการส่งเงินเป็นรายรับของกองทุนเข้ามาเป็นคณะกรรมการด้วย

ในส่วนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีการกำหนดคุณสมบัติเฉพาะ ซึ่งเป็นแนวความคิดเดิมจากระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยกองทุนยุติธรรม พ.ศ.2553 ข้อ 10 และกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี โดยอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้ไม่เกินหนึ่งวาระไม่ว่าติดต่อกันหรือไม่ รวมถึงกำหนดเหตุแห่งการพ้นตำแหน่งไว้ด้วย (มาตรา 14-15)

2.2 อำนาจหน้าที่และการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ

คณะกรรมการกองทุนยุติธรรมทำหน้าที่เป็นผู้บริหาร กำหนดนโยบาย แนวทางการบริหารจัดการกองทุนยุติธรรม การออกระเบียบเกี่ยวกับเงินและการจัดหาผลประโยชน์ การกำหนดอัตราเงินสมทบจากหน่วยงานอื่น การพิจารณาการรับช่วงสิทธิจากผู้เสียหายหรือจำเลย หรือกำหนดคุณสมบัติของผู้ยากไร้ที่มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือจากกองทุน เป็นต้น (มาตรา 16)

ส่วนอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาอนุมัติเงินสนับสนุนนั้นแบ่งเป็นสองประการคือ ในเรื่องของการอนุมัติเงินสนับสนุนการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม เป็นหน้าที่ของคณะอนุกรรมการพิจารณาคำขอรับการช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม (มาตรา 19) ซึ่งแต่งตั้งโดยคณะกรรมการกองทุนยุติธรรม ส่วนในเรื่องของการอนุมัติเงินช่วยเหลือผู้เสียหายและจำเลยที่ถูกยกฟ้องคดีอาญา เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา

การดำเนินงานของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งจึงจะเป็นองค์ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดให้ถือเอาเสียงข้างมาก หากคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมเพิ่มอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด นอกจากนี้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการให้มีฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา (มาตรา 17-18) ก่อให้เกิดผลสองประการ คือ ได้รับการคุ้มครองตามประมวลกฎหมายอาญา ขณะเดียวกันถ้ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ก็จะได้รับโทษหนักขึ้น

คนจน

3. ขั้นตอนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม

ผู้ยากไร้มีสิทธิยื่นคำขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมทางแพ่ง อาญา และทางปกครอง โดยยื่นคำขอต่อกองทุนยุติธรรม โดยคณะอนุกรรมการพิจารณาคำขอรับการช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมจะเป็นผู้พิจารณาและอนุมัติ และแจ้งผลการพิจารณาโดยเร็ว (มาตรา 20)

4. การเยียวยาผู้เสียหายในคดีอาญาและจำเลยที่ถูกยกฟ้องคดีอาญา

กำหนดให้จ่ายเงินจากกองทุนยุติธรรมเป็นค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ตามที่คณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญาพิจารณาอนุมัติ โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544

เมื่อกองทุนจ่ายเงินค่าตอบแทนผู้เสียหาย หรือค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญาแล้ว กำหนดให้กองทุนรับช่วงสิทธิของผู้เสียหายหรือจำเลยเพื่อไปใช้สิทธิไล่เบี้ยกับผู้กระทำความผิดอาญาหรือผู้ก่อให้เกิดความเสียหายที่แท้จริงเพื่อนำส่งเป็นรายรับของกองทุน

ทั้งนี้ พระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรมไม่ได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการเยียวยาเดิม เพียงแต่กำหนดให้กองทุนยุติธรรมเป็นแหล่งเงินทุน และพัฒนาโดยใช้ความเป็นนิติบุคคลของกองทุนเพื่อให้รับช่วงสิทธิจากผู้ได้รับการเยียวยาได้ (มาตรา 23) ร่างพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ. … รวมทั้งกำหนดให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยเรื่องการรับช่วงสิทธิตั้งแต่มาตรา 226 ถึงมาตรา 232 มาใช้บังคับกับกองทุนโดยอนุโลมด้วยตามมาตรา 24 ร่างพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ. …

เอกสารเพิ่มเติม

1. หนังสือการปฏิรูปกองทุนยุติธรรม โดย ผศ.ปกป้อง ศรีสนิท อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
2. ร่างพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ. … (ฉบับเต็ม) ยกร่างโดย ผศ.ปกป้อง ศรีสนิท อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

Download (DOC, 28KB)

Comments are closed.