งานวิจัยเรื่อง “การปฏิรูประบบภาษีเพื่อสังคมไทยเสมอหน้า” โดย ดร.ปัณณ์ อนันอภิบุตร เศรษฐกร สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง

การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยจะอยู่ในอัตราค่อนข้างสูงในช่วง 5 ทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้รายได้ของทุกคนในสังคมเพิ่มขึ้น แต่การพัฒนาเศรษฐกิจไทยขาดการเจริญเติบโตและการกระจายอย่างเท่าเทียม ผลประโยชน์ส่วนใหญ่ยังตกอยู่กับคนกลุ่มเล็กๆเท่านั้น ถึงแม้ว่าความเหลื่อมล้ำทางรายได้ในสังคมจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่หากความเหลื่อมล้ำนี้สูงจนเกินไป จะส่งผลทำให้อำนาจกระจุกตัว และทำลายความมั่นคงของระบบทุนนิยมประชาธิปไตย (Democratic Capitalism System) ได้

ด้วยเหตุนี้จึงนำมาซึ่งความห่วงใย และความจำเป็นในการใช้เครื่องมือทางการคลังเข้ามามีบทบาทในการลดความเหลื่อมล้ำในการกระจายรายได้ อย่างไรก็ตาม ความพยายามในการใช้เครื่องมือการคลังในการลดความเหลื่อมล้ำมากขึ้น จะส่งผลบิดเบือนพฤติกรรมทางเศรษฐกิจ ผ่านการลดแรงจูงใจในการทำงาน การออม การลงทุน อันจะทำให้ศักยภาพในการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจลดลง

งานวิจัยฉบับนี้ จึงพยายามค้นหาแนวทางในการออกแบบนโยบายและมาตรการภาษีเพื่อสังคมไทยเสมอหน้า โดยมีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจน้อยที่สุด โดยมีข้อสรุปและข้อเสนอแนะ 4 เรื่องสำคัญ ดังนี้

1. การปฏิรูประบบการส่งเสริมการลงทุน

ปัจจุบันการส่งเสริมการลงทุนของไทยเอื้อประโยชน์สูงมากให้กลุ่มทุนขนาดใหญ่ โครงการมีลักษณะกระจุกตัวอยู่ทั้งเชิงพื้นที่และเชิงขนาดโครงการ รัฐต้องสูญเสียรายได้ปีละกว่า 2 แสนล้านบาท ประเภทกิจการที่ให้การส่งเสริมการลงทุนมีการขยายขอบเขตตลอดมา นอกจากนี้ “การส่งเสริมการลงทุน” และ “การกีดกันการลงทุน” เป็นเหรียญสองด้าน และเป็นระบบให้สิทธิประโยชน์ที่เอื้อปฏิบัติ การให้สิทธิประโยชน์แก่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ทำให้กิจการอีกกลุ่มหนึ่งต้องรับภาระแทน ซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำในการกระจายรายได้

ดังนั้นรัฐบาลควรพิจารณาจำกัดประเภทกิจการที่ให้การส่งเสริมโดยเป็นกิจการที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ และมีลักษณะเฉพาะที่โดดเด่นมากๆเท่านั้น นอกจากนี้ประเทศสมาชิกอาเซียนควรเพิ่มความร่วมมือในการส่งเสริมการลงทุนในภูมิภาคโดยรวม

2. การปรับปรุงการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 

การลดหย่อนและการยกเว้นภาษีจำนวนมากมีลักษณะเป็นการที่ผู้มีรายได้น้อยอุดหนุนผู้มีรายได้สูง และเอื้อให้เป็นช่องทางในการเลี่ยงภาษีอย่างถูกกฎหมาย ขัดกับหลักความเป็นธรรมและความสามารถในการเสียภาษี ทำให้อัตราภาษีไม่ก้าวหน้าอย่างที่ควรจะเป็น ด้วยเหตุนี้จึงควรมีการทบทวนรายการค่าลดหย่อนต่างๆ ให้เหมาะสมมากขึ้น

3. การเครดิตภาษีเงินได้เนื่องจากการทำงาน (Earned Income Tax Credit) กับข้อเสนอ “เงินโอนแก้จนคนขยัน” 

การขาดฐานข้อมูลรายได้ประชากรทำให้รัฐบาลมีรายจ่ายด้านสวัสดิการสูงกว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้นรัฐบาลควรพิจารณานำมาตรการการ “เงินโอน แก้จน คนขยัน” มาใช้ ซึ่งเป็นการรวมระบบภาษีและระบบสวัสดิการเข้าด้วยกัน เพื่อเป็นเครื่องมือในการระบุและโอนเงินไปยังผู้สมควรได้รับการช่วยเหลืออย่างแท้จริง

4. ภาษีทรัพย์สินกับข้อเสนอภาษีความมั่งคั่ง (Wealth Tax)

ระบบภาษีไทยเอื้อประโยชน์ต่อการถือครองทรัพย์สิน ซึ่งเมื่อพิจารณากรณีการเก็บภาษีทรัพย์สินใน 4 ประเทศ ได้แก่ เกาหลีใต้ ไต้หวัน ญี่ปุ่น และฝรั่งเศส พบว่า ภาษีทรัพย์สินเป็นแหล่งรายได้สำคัญของทุกประเทศ ด้วยเหตุนี้จึงควรพิจารณานำภาษีความมั่งคั่งมาใช้ในกรณีของไทย

รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ 

Download (PDF, 3.41MB)

 

เอกสารการนำเสนอวันที่ 16 สิงหาคม 2555 ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Download (PDF, 3.39MB)

 

สรุปประเด็นจากการนำเสนอ โดยสำนักข่าว ThaiPublica

ระบบภาษีเพื่อสังคมไทยเสมอหน้า_ThaiPublica

 

Comments are closed.